ทัวร์อินเดียแหล่งท่องเที่ยวที่คุณจะไม่ลืมเลือน

พระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mumarak Mahal) หรือเวลคัมพาเลซ (welcome Palace) ตำหนักแห่งนี้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1899 เพื่อใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองโดยมีความโดดเด่นในเรื่องของการแกะสลักเสาหินอ่อนและประตูที่เท่ากันหมดทุกสัดส่วน ตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษ ในปัจจุบันพระตำหนักแห่งนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชและมหาราชินีในแต่ละยุคให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินเดียได้เข้าชมของที่จัดแสดงอาทิเช่น กระโปรงที่ปักด้วยดิ้นทอง เสื้อคลุมของมหาราชา และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าเป็นอย่างมากในวังอีกหลายชิ้น

ป้อมไจการห์ (Jaigarh Fort) ตั้งอยู่บนถนนแอมแมร์ (Amber Road) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1726 สร้างขึ้นในสมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เพื่อคุ้มกันแอมแมร์จากผู้ที่มารุกราน บริเวณด้านบนมีปืนใหญ่(Cannon) ชื่อว่าจัยแวน มีน้ำหนักถึง 50 ตัน โดยมีความเชื่อกันว่ามีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีวัดและพระราชวังเก่าอายุราวๆ 200 ปี ตั้งอยู่ด้วยป้อมไจการห์เปิดให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินเดียเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

akshardham-1024x682

อนุสรณ์สถานมหาราชาแห่งชัยปุระ (Royal Gaiotor) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองชัยปุระมาทางตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร สร้างขึ้นในบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ เพื่อรำลึกถึงอดีตมหาราชาที่ได้เคยปกครองเมืองชัยปุระ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างจากหินอ่อนมีรูปทรงเป็นโดมในแบบฮินดูสไตล์ของราชปุตที่มีความละเอียดและสวยงามเป็นอย่างมาก อนุสรณ์สถานแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินเดียเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09-30-16.30 น.

อิซร์ลัต (Isar Lat) หรือเรียกว่า สวาร์กาสูลี (Swargasuli) เป็นหอคอยทรงสูงมีสีเหลืองนวลซึ่งที่นี่นั้นเป็นจุดชมวิวของเมืองชัยปุระที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 09.00 – 16.00 น.

เบียร์ล่ามันเดียร์ (Birla Mandir) หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดลักษมีนารายัน (Laxmi Narayan) วัดแห่งนี้เป็นวัดฮินดูมีสีขาวสร้างขึ้นโดยมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์อินเดียทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. และ 15.00-21.00 น. ส่วนฤดูหนาวจะเปิดเวลา 06.30-12.00 น. และ 15.00-20.30 น.

อัลเบิร์ตฮอลล์ (Albert Hall) หรือพิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างตามสถาปัตยกรรมของอังกฤษซึ่งทำให้ดูแปลกตาจากรูปแบบของอาคารบ้านเรือนในเมืองชัยปุระ ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตของชมกลุ่นน้อยในราชสถานรวมไปจนถึงห้องสมุดและภาพวาดย่อส่วนในสมัยของโมกุลให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันด้วย ที่นี่เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. ค่าเข้าชม 100 รูปี

เกาะเชจู เกาะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย

สำหรับทัวร์เกาหลีในครั้งนี้เราจะพาไปเกาะเชจูค่ะ เกาะเชจู หรือ เชจูโด หรือ เจจูค่ะ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศเกาหลีใต้ และเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ด้วย ที่เกาะเชจูนี้ประกอบไปด้วย 2 เมืองใหญ่ๆค่ะ ตอนเหนือจะเป็นเมือง Jeju City ตอนใต้จะเป็นเมือง Seogwipo สิ่งพิเศษสำหรับเกาะนี้คือ ตรงกลางของเกาะจะมีภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Hallasan ค่ะและภูเขาลูกนี้เองที่ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะมากมาย

321

ใครที่มาทัวร์เกาหลีและต้องการเดินทางไปเกาะเชจูนี้ ถ้าเราเดินทางด้วยสายการบินจากกรุงโซล ก็ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงค่ะ ก็จะไปลงที่สนามบินนานาชาติเชจู ที่ตั้งอยู่ในเมือง Jeju City ค่ะ ส่วนเรื่องการเดินทางในเกาะเชจูนั้น ก็ใช้บริการรถแท็กซี่โดยมีการให้บริการแบบเหมาวันด้วยค่ะ หรืออีกทางก็คือการเช่ารถขับเองซึ่งค่าเช่าก็ไม่แพงมาก และก็มีรถประจำทางท้องถิ่นไว้คอยให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวค่ะ สภาพดินฟ้าอากาศของเกาะก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะประมาณ 22-26 องศาเซลเซียส ค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวของเกาะก็มีหลายที่ เช่นในตัวเมืองเชจูเอง นอกจากจะเป็นที่ตั้งของสนามบินแล้วก็ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมต่างๆที่มีให้เลือกไม่ว่าจะเป็นสไตล์ตะวันตกหรือเป็นแบบสไตล์เกาหลี บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกจะมีโขดหินยงดูอัมซึ่งเป็นหินภูเขาไฟ ที่มีลักษณะคล้ายมังกรกำลังอ้าปาก ต่อมาก็จะเป็น สวนทัมนา มกซกวน
เป็นสวนที่จัดแสดงการวางหินแกะสลักที่แกะเป็นรูปต่างๆสลับกับรากไม้แห้ง ถัดมาก็เป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน เชจู ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมพื้น บ้าน ของเชจู แสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน แร่ธาตุ ไม้พันธุ์ต่าง ๆ และสัตว์ ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในเกาะเชจู และพลาดไม่ได้ สำหรับใครที่มาทัวร์เกาหลีและได้มาเยือนเกาะเชจูต้องมาที่อุทยานแห่งชาติภูเขา ฮัลลาซาน ภูเขานี้เป็นภูเขาไฟที่ดับไปเป็นเวลานานแล้ว ปัจจุบันกลายเป็นทุ่งหญ้า ทุ่งนา ที่มีความสวยงามมากแต่แนะนำว่าไม่ควรเดินไปช่วงหน้าหนาวเพราะหิมะตกจะทำให้พื้นลื่นจนเกิดอันตรายได้ค่ะ น้ำตกชองบัง เป็นน้ำตกที่มีตำนานเล่ากันมาว่าใต้น้ำตกนี้มีมังกรอาศัยอยู่ ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำตกนี้เป็นวิเศษสามารถรักษาโรคต่างๆได้ โทลฮารูบัง ในภาษาไทยเราเรียกว่า หินปู่ค่ะ เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเชจูนี้เลย โดยใช้หินลาวาปั้นเป็นรูปชายแก่ โดยความเชื่อที่ว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์เกาะและคนบนเกาะ สามารถซื้อเป็นของฝากได้นะคะ